ความเป็นมาของการตรวจสอบภายในภาคราชการ
     การตรวจสอบภายในภาคราชการเริ่มมีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2505 โดยระเบียบการเบิกจ่ายเงินจากคลัง พ.ศ. 2505 ได้กำหนดให้หัวหน้าส่วนราชการแต่งตั้งข้าราชการในหน่วยงาน 1 คนหรือหลายคนเป็นผู้ตรวจสอบภายใน รับผิดชอบในการตรวจสอบการเบิกจ่ายเงินรวมทั้งการก่อหนี้ผูกพันงบประมาณรายจ่ายของเจ้าของงบประมาณนั้นๆ และตรวจสอบงานด้านอื่นตามที่หัวหน้าส่วนราชการมอบหมายเป็นการภายในและรายงานผลการตรวจสอบโดยตรงต่อหัวหน้าส่วนราชการอย่างน้อยเดือนละครั้ง และต่อมาในปี พ.ศ. 2516 ข้อกำหนดเกี่ยวกับงานตรวจสอบภายในได้ถูกนำไปกำหนดไว้ในระเบียบการรับจ่าย การเก็บรักษา และการนำส่งเงินของส่วนราชการ พ.ศ. 2516 แทน โดยกำหนดให้หัวหน้าส่วนราชการหรือผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งข้าราชการซึ่งไม่ต่ำกว่าชั้นตรีอย่างน้อย 2 คน เป็นกรรมการตรวจสอบการเงินประจำเดือนทุกเดือน และมีการแก้ไขปรับปรุงในปี พ.ศ. 2520 โดยเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การแต่งตั้งผู้ตรวจสอบภายใน จากเดิมที่กำหนดให้ทำงานในลักษณะของคณะกรรมการการตรวจสอบการเงิน เป็น แต่งตั้งข้าราชการอย่างน้อย 1 คนเป็นผู้ตรวจสอบภายในของส่วนราชการนั้นหรือของส่วนราชการในส่วนภูมิภาคในจังหวัดนั้นแล้วแต่กรณี

     พ.ศ. 2519 คณะรัฐมนตรีได้มีมติกำหนดให้ส่วนราชการที่เป็นกระทรวง ทบวง กรม และส่วนราชการที่เทียบเท่า รวมถึงจังหวัดทุกจังหวัดมีตำแหน่งอัตรากำลังเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบภายในของส่วนราชการหรือของจังหวัดโดยเฉพาะ โดยให้ปฏิบัติงานขึ้นตรงต่อหัวหน้าส่วนราชการหรือผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วแต่กรณี และให้กระทรวงการคลังเป็นผู้รับผิดชอบในการฝึกอบรม
     พ.ศ. 2531 – 2532 กระทรวงการคลังได้พิจารณาเห็นสมควรให้มีการส่งเสริม สนับสนุน และผลักดันให้ส่วนราชการมีการตรวจสอบภายในที่เป็นระบบเพื่อสามารถเป็นเครื่องมือของผู้บริหารในการตรวจสอบติดตามการปฏิบัติงานของส่วนราชการในความรับผิดชอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับข้อกำหนดเกี่ยวกับงานตรวจสอบภายในในระเบียบการรับ จ่าย การเก็บรักษา และการนำส่งเงินของส่วนราชการ พ.ศ. 2520 ยังไม่ครอบคลุมถึงขอบเขต หน้าที่ความรับผิดชอบที่แท้จริงของการตรวจสอบภายใน จึงได้ยกเลิกข้อกำหนดเกี่ยวกับงานตรวจสอบภายในในระเบียบดังกล่าว และนำมากำหนดเป็นระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการตรวจสอบภายในของส่วนราชการ พ.ศ. 2532 (ซึ่งได้มีการปรับปรุงแก้ไขครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2542)
     ในปลายปี พ.ศ. 2541 ถึงต้นปี 2542 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในหลักการตามข้อเสนอของกระทรวงการคลัง ให้จัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบประจำกระทรวงเพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลระบบการควบคุมภายในและการตรวจสอบภายในในภาพรวมของกระทรวงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบภายในให้เป็นเครื่องมือที่สำคัญของผู้บริหารในการควบคุม ติดตาม การใช้จ่ายเงินงบประมาณให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของแผนงาน งาน/โครงการต่างๆ และให้จัดตั้งกลุ่มงานตรวจสอบภายในระดับกระทรวงเพื่อทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการและทำหน้าที่ผู้ตรวจสอบภายในของกระทรวง โดยมุ่งเน้นการตรวจสอบงานโครงการที่มีความสำคัญ หรือที่มีความเสี่ยงสูง หรือที่มีสัญญาณบอกเหตุว่าอาจจะมีความเสียหายเกิดขึ้น โดยประสานแผนการตรวจสอบกับหน่วยตรวจสอบภายในระดับกรมเพื่อให้การตรวจสอบมีขอบเขตงานที่กว้างขวางและไม่ซ้ำซ้อนกัน
  มาตรฐานการปฏิบัติงานตรวจสอบภายในที่ใช้อ้างอิงในระดับสากล คือมาตรฐานการปฏิบัติงานวิชาชีพการตรวจสอบภายใน (The Professional Practice Standards for Internal Aditing) ของสถาบันผู้ตรวจสอบภายใน (The Institue of Internal Auditors : IIA) และปัจจุบัน IIA และIIA Research Foundation ของสหรัฐอเมริกาได้ปรับปรุงและแก้ไขมาตรฐานการปฏิบัติงานตรวจสอบใหม่ให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน โดยปรับเปลี่ยนคำนิยามของการตรวจสอบภายในใหม่ซึ่งเน้นเรื่องการเป็นหลักประกันที่เที่ยงธรรมและการเป็นที่ปรึกษาอิสระของผู้บริหาร

แนวคิดหลักการและเป้าหมายของการตรวจสอบภายใน
1. แนวคิด
1.1 การตรวจสอบภายในมีความจำเป็นสำหรับการบริหารองค์กรในปัจจุบัน โดยถือว่าเป็นเครื่องมือของผู้บริหารในการบริหารงานทั้งในภาคเอกชนและภาคราชการ ซึ่งเดิมจะเน้นเฉพาะการตรวจสอบทางด้าน การเงิน การบัญชี สำหรับหน้าที่งาน 3 ลักษณะ คือ

- การตรวจสอบ
- การติดตาม
- การประเมินผล
1.2 ในปัจจุบันได้เน้นเรื่องของการเพิ่มประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และประหยัด ในการปฏิบัติงานด้านต่างๆ จึงเพิ่มการตรวจสอบภายในด้าน
- การตรวจสอบการปฏิบัติงาน
- การตรวจสอบการบริหาร
2. หลักการการตรวจสอบภายในของส่วนราชการ จะยึดถือหลักการเพื่อให้ปฏิบัติงานตรวจสอบ ได้บรรลุตามแนวคิดข้างต้น 3 ประการ ดังนี้
2.1 มีอำนาจที่จะเข้าตรวจสอบ คือการที่ผู้ตรวจสอบภายในจะต้องได้รับมอบอำนาจเพียงพอที่จะเข้าสังเกตหรือตรวจสอบในสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ตรวจสอบได้ทั้งหมด
2.2 เสรีภาพในการตรวจสอบ คือความเป็นอิสระของผู้ตรวจสอบภายในในการตรวจสอบทุกๆ ด้าน
2.3 ผู้ตรวจสอบภายในจะต้องไม่มีอำนาจและความรับผิดชอบโดยตรงกับงานที่ทำการตรวจสอบ
3. เป้าหมายเพื่อให้งานตรวจสอบภายในเป็นไปตามแนวคิดและหลักการตามข้อ 1 และ 2 ดังกล่าว จึงควรให้หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ตรวจสอบภายใน หน่วยรับตรวจ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าใจถึงระบบการตรวจสอบภายในของส่วนราชการ ดังนี้
3.1 โครงสร้างการจัดองค์กร
3.2 สายการบังคับบัญชา
3.3 ตำแหน่งและอัตรากำลัง
3.4 ขอบเขตการปฏิบัติงาน
3.5 หน้าที่ความรับผิดชอบ
3.6 ขั้นตอนการปฏิบัติงาน
3.7 ผลงานของผู้ตรวจสอบ

โครงสร้างองค์กรงานตรวจสอบภายในภาคราชการ
ปัจจุบันโครงสร้างงานตรวจสอบภายในของส่วนราชการ ประกอบด้วย

1. หน่วยตรวจสอบภายในระดับกรม/จังหวัด
เป็นสายงานขึ้นตรงกับหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมในส่วนกลางและผู้ว่าราชการจังหวัดในส่วนภูมิภาค โดยมีผู้ตรวจสอบภายในระดับกรมและผู้ตรวจสอบภายในจังหวัดทำหน้าที่เป็นเครื่องมือของผู้บริหารในการตรวจสอบติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานและการบริหารงานของส่วนราชการ รวมทั้งการเป็นที่ปรึกษาของหน่วยงานภายในของส่วนราชการ

2. กลุ่มงานตรวจสอบภายในระดับกระทรวง
เป็นสายงานขึ้นตรงกับปลัดกระทรวงและทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการตรวจสอบภาคราชการ โดยมีผู้ตรวจสอบภายในระดับกระทรวงมีหน้าที่ตรวจสอบและประเมินผลการดำเนินงาน/โครงการที่มีความเสี่ยงสูงหรือที่มีความเชื่อมโยงระหว่างส่วนราชการในกระทรวง ตามที่ปลัดกระทรวงและ/หรือคณะกรรมการตรวจสอบฯ มอบหมาย

3. คณะกรรมการตรวจสอบภาคราชการ
แต่งตั้งโดยมติคณะรัฐมนตรีทำหน้าที่สอบทาน และกำกับดูแลระบบการตรวจสอบภายในในภาพรวมของกระทรวงให้มีประสิทธิภาพ และรายงานผลให้ปลัดกระทรวง หรือรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรีทราบ ตามควรแก่กรณี 

123
งานตรวจสอบภายใน สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 

     สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์เป็นส่วนราชการระดับกรม สังกัดกระทรวงวัฒนธรรม บริหารราชการแผ่นดินภายใต้พระราชบัญญัติสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ. 2550 โดยเริ่มมีผู้ทำหน้าที่ผู้ตรวจสอบภายใน ตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน 2552 งานตรวจสอบภายในเป็นหน่วยงานสนับสนุน มีสายการบังคับบัญชาขึ้นตรงต่ออธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ การดำเนินงานด้านการตรวจสอบภายในเป็นไปตามมาตรฐานและระเบียบที่กระทรวงการคลังกำหนด

ปรัชญา 
     สร้างสรรค์คุณค่าตามหลักธรรมภิบาล

วิสัยทัศน์ 
     งานตรวจสอบภายในเป็นหน่วยงานหลักของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ในการสนับสนุนให้เกิดความเชื่อมั่นและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่องค์กร

พันธกิจ
     การบริการให้ความเชื่อมั่นและบริการให้คำปรึกษา

ภารกิจของส่วนราชการ
     สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์มีบทบาท อำนาจหน้าที่และวัตถุประสงค์ ตามความในมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ. 2550 ให้สถาบันเป็นสถานศึกษา มีวัตถุประสงค์ให้การศึกษาและส่งเสริมวิชาการตั้งแต่ระดับพื้นฐานวิชาชีพชั้นสูง ด้านนาฏศิลป์ ดุริยางคศิลป์ คีตศิลป์ ช่างศิลป์ ทั้งไทยและสากล รวมทั้งศิลปวัฒนธรรมระดับท้องถิ่นและระดับชาติ ทำการสอน ทำการแสดง ทำการวิจัย และให้บริการตลอดจนส่งเสริม สืบสาน สร้างสรรค์ ทะนุบำรุง และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของชาติ และศิลปวัฒนธรรมที่หลากหลายของชุมชนท้องถิ่น

ภารกิจของหน่วยงานตรวจสอบภายใน
     งานตรวจสอบภายในเป็นหน่วยงานตรวจสอบภายในของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ที่ดำเนินกิจกรรมการให้ความเชื่อมั่นและการให้คำปรึกษาอย่างเที่ยงธรรมและเป็นอิสระ เพื่อเพิ่มคุณค่าและปรับปรุงการปฏิบัติงานของส่วนราชการให้ดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ส่วนราชการบรรลุถึงเป้าหมาย และวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ด้วยการประเมินและปรับปรุงประสิทธิผลของกระบวนการบริหารความเสี่ยง การควบคุม และการกำกับดูแลอย่างเป็นระบบ

หน้าที่ความรับผิดชอบ 
1. กำหนดเป้าหมาย ทิศทาง ภารกิจงานตรวจสอบภายในเพื่อสนับสนุนการบริหารงานและการดำเนินงานต่างๆ ของส่วนราชการ และคณะกรรมการตรวจสอบหรือคณะกรรมการอื่นที่ปฏิบัติงานในลักษณะเดียวกัน โดยคำนึงถึงความมีประสิทธิภาพของกิจกรรมการบริหารความเสี่ยงและความเพียงพอของระบบการควบคุมภายในของส่วนราชการ
2. ดำเนินการให้มีกระบวนการประกันคุณภาพงานตรวจสอบภายใน และส่งสำเนาผลการประเมินให้กรมบัญชีกลางทราบ
3. ปฏิบัติงานตรวจสอบตามขอบเขตของการตรวจสอบภายใน ให้เป็นไปตามมาตรฐานการตรวจสอบภายในและจริยธรรมของผู้ตรวจสอบภายในของกรมบัญชีกลาง กรณีที่ไม่ได้กำหนดไว้ให้ถือปฏิบัติตามมาตรฐานสากล
4. เสนอแผนการตรวจสอบประจำปีต่ออธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์พิจารณาอนุมัติ ภายในเดือนกันยายน
5. เสนอรายงานผลการตรวจสอบประจำปีต่ออธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ภายในระยะเวลาอันสมควรหรืออย่างน้อยทุก 2 เดือนนับจากวันที่ดำเนินการตรวจสอบแล้วเสร็จตามแผน กรณีเรื่องที่ตรวจพบเป็นเรื่องที่มีผลเสียหายต่อทางราชการอย่างมีนัยสำคัญ ให้รายงานผลการตรวจสอบให้อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ทราบทันที
6. ติดตามผลการตรวจสอบ เสนอแนะ และให้คำปรึกษาแก่หน่วยรับตรวจ เพื่อให้การปรับปรุงแก้ไขของหน่วยรับตรวจเป็นไปตามข้อเสนอแนะในรายงานผลการตรวจสอบ
7. ปฏิบัติงานให้คำปรึกษาแก่ผู้บริหาร หน่วยรับตรวจ และผู้เกี่ยวข้อง
8. ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และคณะกรรมการตรวจสอบหรือคณะกรรมการอื่นที่ปฏิบัติงานเช่นเดียวกัน เพื่อให้การปฏิบัติงานตรวจสอบภายในบรรลุเป้าหมายและเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
9. ปฏิบัติงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบภายใน ตามที่ได้รับมอบหมายจากอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์

ติดต่องานตรวจสอบภายใน
งานตรวจสอบภายใน  สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์
เลขที่ 119/19  หมู่ 3  ตำบลศาลายา  อำเภอพุทธมณฑล  จังหวัดนครปฐม  73170
โทร. 02-4822176-8 ต่อ 354, 356
E-mail  :  This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

เว็บลิงค์